วันศุกร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

Image Type and Formats

Image Type and Formats

ภาพระบบดิจิตอลโดยทั่วไปนั้นจะเป็นภาพในรูปแบบ 2D มีซึ่งประกอบด้วยความกว้างและความสูงของภาพ ซึ่งแต่ละทิศทางของความกว้างและความยาวนั้น ถูกกำหนดด้วยจำนวนพิกเซลในแนวแกน x และแนวแกน y ซึ่งแต่ละพิกเซลนั้นถือว่าเป็นหน่วยเล็กที่สุดของภาพ ค่าสีของภาพจะอยู่ระหว่างค่าสีขาว กับ สีดำ รูปแบบของค่านั้นยกตัวอย่างได้คือ เป็นค่าของความสว่าง ที่ถูกำหนดเป็นค่า bit-depth ซึ่งถูกกำหนดด้วยรหัส เช่น

2-bit image = ภาพที่มี 4 โทน (ค่าความสว่าง) : 00 (black), 01 (gray), 10 (gray), และ 11 (white)

4-bit image = ภาพที่มี 16 โทน (ค่าความสว่าง) : 0000 (0) t0 1111 (16) เป็นต้น

ในรูปแบบขอบ บิตต่อพิกเซล (bpp) รูปแบบภาพที่ใช้บ่อย สามารถดูได้จาก Help->Types นอกจากนี้ ImageJ2 ยังสนับสนุนกับรูปแบบ (format) ของรูปภาพค่อนข้างหลากหลายมากยิ่งขึ้นด้วย

8-bit 

แสงผล 256 (28) เป็นค่าระดับเทา ค่าของค่าสีเป็นจำนวนเต็มเท่านั้น

16-bit 

แสดงผล 65,536 (216) เป็นค่าระดับเทา มีค่าเป็นจำนวนเต็มเท่านั้น

32-bit 

แสดงผล 4,294,967,296 (232) เป็นค่าระดับเทา มีค่าเป็นจำนวนจริง ในภาพ 32-bit นี้ภาพจะแสดงในรูปแบบของ floating point และสามารถมี ค่าความสว่างที่เป็น NAN (not a number) ได้

RGB color 

เป็นภาพสี ที่สามารถแสดงผลได้ 256 ค่าในช่วงของ Red, Green และ Blue ซึ่งมี 24-bit (23x8) นอกจากนี้ RGB color ยังสามารถเป็นค่าแบบ 32-bit ได้ด้วย (ประกอบด้วย 24-bit เดิม และเพิ่มเติมค่า alpha อีก 8 bit ซึ่งความจางโปร่งใสของภาพนั้นเอง)

Native Formats

Format ภาพแบบดังเดิม (รวมทั้ง third-party ที่มีความจำเป็น) ประกอบด้วย TIFF, GIF, JPEG, PNG, DICOM, BMP, PGM and FITS ซึ่งเป็นรุปแบบที่สนับสนุนคำสั่งของ ImageJ

TIFF (Tagged Image File Format) 

เป็น default format สำหรับ ImageJ เมื่อกด File->Save (s)  รูปภาพสามารถเป็นไปได้ใน 1-bit, 8-bit, 16-bit (unsigned) , 32-bit (real), และ RGB color รูปแบบของ TIFF จะถูกเปิดใน ImageJ ด้วย LZW, PackBits และ ZIP (Deflate/Inflate) นอกจากนั้น TIFF ยังสามารถบันทึกในรูปแบบ ZIP archives ได้ Tiff tags นั้นจะถูกบันทึกเป็นไฟล์อยู่ระหว่างรูปภาพแต่ละรูปที่ถูกเปิดใช้งานใน Stacks หรือ Hyperstacks (ต้องเป็นชนิดเดียวกันและมีขนาดเดียวกัน)

DICOM (Digital Imaging and Communication in Medicine)

เป็นรูปแบบมาตรฐานสำหรับภาพในทางดานวงการแพทย์ ซึ่งเป็นรูปแบบภาพที่เปิดพร้อมกันหลาย ๆ ภาพในรูปแบบ Stacks สามารถแสดงรายละเอียดของ Header Information ได้จากเมนู Use Image->Show info... และสามารถเปิดจากเมนู File->Import->Image Seauence ... หรือ ลากวางก็ได้

FITS (Flexible Image Transport System)

เป็นรูปแบบไฟล์ภาพที่รับต่อมาจาก astronomical community สำหรับการรูปแบบการจัดเก็บข้อมูล และสามารถดูรายละเอียดไฟล์ได้จากเมนู Use Image->Show info... ดูรายละเอียดเติมได้จาก http://fits.gsfc.nasa.gov

PGM (Portable GrayMap), PBM (Portable BitMap) and PPM (Portable PixMap)

เป็นรูปภาพไฟล์ที่มีการจัดเก็บด้วยโครงสร้างที่มีส่วนหัวเป็น รหัส ASCII สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  http://local.wasp.uwa.edu.au/~pbourke/dataformats/ppm/

AVI (Audio Video Interleave)

เป็นรูปแบบของข้อมูลที่มีการเข้ารหัสแบบหลายทาง ImageJ สามารถอ่านไฟล์จาก AVI ที่ไม่มีการบีบอัดเท่านั้น เช่น YUV 4:2:2 และ PNG หรือ JPGED ที่มีการเข้ารหัสแยกแต่ละเฟรม ส่วน MJPG (motion-JPEG) นี้ ImageJ จะอ่านได้ไม่สมบูรณ์

Non-native Formats

เมื่อ ImageJ เปิดไฟล์ขึ้นมาแล้วสิ่งแรกคือจะพยายามหารูปแบบที่สามารถเปิดได้ ถ้า ไม่สามารถเปิดได้ ImageJ ก็จะเรียก plugin เพื่ออ่าน เช่น HandleExtraFileTypes หากยังไม่สามารถเปิดได้อีกก็จะใช้ OME Bio-Formats library (ถ้าถูกติดตั้ง) หากพยายามแล้วยังไม่สามารถเปิดได้อีกก็จะแจ้งข้อความผิดพลาดในการเปิดไฟล์ออกมา

เนื่องจากตัวช่วยเปิดไฟล์นี้จำเป็นต้องอัพเดตเพื่อให้สามารถเปิดรุปแบบภาพที่มีลักษณะใหม่ ๆ ได้ แต่ใน ImageJ เองก็สามารถอัพเดตได้หากมีตัวเวอร์ชั่นใหม่กว่า หรือตรวจสอบได้จาก Plugin->LOCI->Update LOCI plugin ...

และสามารถตรวจสอบ format ของ OME Bio-FOrmats ได้จาก

http://loci.wisc.edu/bio-formats/imagej
http://fiji.sc/Bio-Formats
http://loci.wisc.edu/bio-formats/using-bio-formats

นอกจากนี้ัยังสามารถดูเพิ่มเติม plugin ที่สามารถเปิดไฟล์อีกหลาย ๆ รูปแบบได้ สามารถดูได้จาก
http://imagej.nih.gov/ij/plugins/#io


หากการเปลี่ยนแปลงรูปภาพ ให้จำไว้ว่า

จะมีข้อผิดพลาดแค่ 2 อย่างคือ Lossy Compression และ Metadata

Lossy compression คือการแปลงรหัสภาพที่ถูกบีบอัดจากภาพต้นฉบับ ซึ่งทำให้เกิดข้อผิดพลาดทั้งด้านความเหมาะสมและคุณภาพของภาพ เช่น การบีบอัด JPEG2000 เป็นการบีบอัดที่เกิด lossy compression

Metadata ในส่วนของ metadata เกี่ยวข้องกับ ภาพ เช่น scale, gray value, user comments (tiff and zip), Overlay เป็นต้น


วันเสาร์ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2556

การเขียนประโยคภาษาอังกฤษระดับพื้นฐาน

ตอน การตั้งประโยคคำถามข้อมูล

โดยทั่วไปแล้วคำถามีสองแบบ แบบแรกเราต้องการคำตอบแค่ว่าใช่หรือไม่ใช่ ซึ่งก็ตรงกับภาษาอังกฤษว่า yes / no แต่หากเราต้องการถามข้อมูลเพิ่มเติม เช่น บ้รานอยู่หนใด ทำงานเป็นอะไร แกเป็นใคร ชื่อเสียงเรียงนามว่าอย่างไร เราก็ต้องใช้คำถามอีกประเภทหนึ่ง นั่นคือคำถามที่ขึ้นต้นด้วย who (ใคร), what (อะไร), which + คำถาม แปลว่า อันไหน คนไหน ตัวไหน, when (เมื่อใด), where (ที่ไหน), why (ทำไม), how (อย่างไร) การเรียงตัวของมันก็จะเหมือนกับการทำประโยคคำถามทั่ว ๆ ไปนั่นคือ กริยาต้องการ่อนท่านประธานจากนั้นก็ใส่เครื่องหมายคำถาม และอย่าลืมเอาคำพวกนี้ไปวางไว้ต้นประโยคด้วยละ ตรงนี้เหมือนภาษาไทยเราเลย เช่น
เธอชื่ออะไร = What is your name?
บ้านอยู่ไไหน = Where is your house?

สูตรของมันคือ

คำแสดงคำถาม + to be + ประธาน?

What is your name?
Where is your house?

จงแปลประโยคต่อไปนี้ให้เป็นภาษาอังกฤษ
1. นี้คืออะไร
2. พ่อคุณเป็นอะไร (อาชีพ)
3. วันปีใหม่นั้นเมื่อไร
4. วันนี้วันอะไร
5. กี่โมงแล้ว
6. รถคุณสีอะไร
7. คุณมาจากประเทศอะไร
8. แม่คุณเป็นอย่างไรบ้าง
9. คุณสูงเท่าไหร่
10. ทะเลลึกไหม

การตั้งประโยคคำถาม (ส่วนที่ 2)
สิ่งที่ต้องระวังในการตั้งประโยคคำถามคือ ต้องนำคำแสดงคำถามมาวางไว้ต้นประโยคซึ่งได้แก่คำประเภท who / what / when / where / how และตามด้วยกริยาจากนั้นจึงเป็นประธาน เช่น คุณไปไหนมา ในการถามคำถามผูุ้ามต้องระวังเรื่องกิริยาด้วย เพราะการใช้กริยานั้นจะต้องสอดคล้องกับเวลาที่เหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นด้วย เช่น
คำถาม: Where did you go? (ไปมาแล้ว เราจึงต้องกริยาในรูปของอดีต)
คำตอบ: I went to the library. ไปห้องสมุดมา กริยาต้องใช้ในรูปของอดีตเช่่นกัน แต่ในการตอบเราสามารถตอบสั้น ๆ ว่า Library.

กริยานั้นมีผลสำคัญมากเพราะหากผู้เขียนใช้ว่า Wher are you going? ก็จะหมายถึง คุณกำลังจะไปไหน เป็นต้น
คำตอบ คือ I am goin to the libray. หรือ Library.

จงแปลประโยคต่อไปนี้ให้เป็นภาษาอังกฤษ
1. คุณชื่ออะไร ผมชื่อจอร์จ
2. ชื่อของคุณสะกดอย่างไร G-E-O-R-G-E
3. คุณมาจากไหน ผมาจากอังกฤษ
4. คุณมีพี่น้องกี่คน ผมมีน้องสาวสามคนและน้องชายสองคน
5. คุณทำงานอดิเรกอะไร สะสมแสตมป์
6. คุณโตที่ไหน ผมโตที่กรุงเทพฯ
7. คุณเป็นลูกคนที่เท่าไหร่ ผมเป็นลูกคนที่สอง
8. คุณจบจากโรงเรียนอะไรมา วัดลิงขบ
9. คุณจบปริญญาตรีจากที่ไหน มหาวิทยาลัยอ๊อกซฟอร์ด
10. คุณพูดได้กี่ภาษา ผมสามารถพูดได้สองภาษา


1. What is your name?
My name is George.
2. How do you spell your name?
G-E-O-R-G-E.
3. Where do you come from?
I come from English.
(I am from England.)
4. How many sisters and brothers do you have?
I have three sisters and two brothers.
5. What is your hobby?
My hobby is collecting stamps.
6. Where did you grow up?
I grew up in Bangkok.
7. What number are you in the family?
I am the second in the family.
8. What high school did you go to?
Wat Lingkob.
9. Where did you graduate?
I graduated from Oxford University.
10. How many languages can you speak?
I can speak two languages.


การใช้ which ในการเขียนประโยค

จงแปลประโยคต่อไปนี้ให้เป็นภาษาอังกฤษ
1. คุณชอบอะไรมากกว่าระหว่างกาแฟกับชา
2. คุณชอบอะไรมากกว่าระหว่างวิทยุกับทีวี
3. คุณชอบอะไรมากกกว่าระหว่างหนังผีกับหนังนักสืบ
4. สัตว์ประเภทไหนที่คุณชอบ แมวหรือสุนัข
5. ขนมหวานอันไหนที่ต้องการจะกินระหว่างไอศครีมกับเค้ก


1. Which do you prefer, coffee or tea?
2. Which do you prefer, the radio or TV?
3. Which do you prefer, horror films or detective films?
4. Which animal do you like, cats or dogs?
5. Which dessert do you want to eat, ice-cream or cake?



การใช้ who ในการเขียนประโยค

จงแปลประโยคต่อไปนี้ให้เป็นภาษาอังกฤษ

1. เมื่อวานนี้คุณไปกับใครมา
2. คุณพูดกับใครเมื่อกี้นี้
3. คุณเป็นใคร
4. คุณรักใคร
5. ใครได้เกรดเอในวิชาภาษาอังกฤษ

1. Who did you meet yesterday?
2. Who did you talk to a moment ago?
3. Who are you?
4. Who do you love?
5. Who got an “A” in English?



การใช้ why ในการเขียนประโยค

จงแปลประโยคต่อไปนี้ให้เป็นภาษาอังกฤษ

1. ทำไมคุณดูเศร้าจัง เพราะเกรดของฉันไม่ดี
2. ทำไมวันนี้มาเรียนสาย เพราะเมื่อคืนดูทีวีดึกและหลับเพลินเมื่อเช้านี้
3. ทำไมนักการเมืองทุจริต เพราะพวกเขางกและไม่รักประเทศชาติ
4. ทำไมปฏิเสธคำเชิญละ เพราะฉันต้องทำการบ้านให้เสร็จ
5.ทำไมไม่มากับเราคืนวันเสาร์ที่แล้วล่ะ เพราะแนมีนัดกับหมอฟันแล้ว


1. Why do you look so sad?
Because my grade is bad (is not good).
2. Why did you come to class late today?
Because I watched TV late last night and overslept in the morning.
3. Why the politicians corrupt?
Because the are greedy and don’t love the country.
4. Why did you refuse the invitation?
Because I had to finish my homework.
5. Why didn’t you come with use last Saturday night?
Because I had an appointment with a dentist.


วันจันทร์ที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2555

การ Undo และ Redo ใน ImageJ

จริง ๆ แล้ว การ Undo และ Redo ในตัว ImageJ นี้ อาจจะเป็นเงื่อนไขที่เราควรจะทราบในหัวข้อแรก ๆ เลยก็ว่าได้นะ เนื่องจากเป็นคำสั่งที่ช่วยในการทำงานได้ค่อนข้างดีเลยทีเดียว ในกรณีที่เรากำหนดค่าแล้วเกิดความผิดพลาดแล้วต้องการจะย้อนกลับไปตำแหน่งก่อนหน้าที่มีการเปลี่ยนแปลง

การ Undo และ Redo ใน ImageJ นั้นโปรแกรมไม่ได้สำรองหน่วยความจำเอาไว้มากพอ เพื่อที่จะให้เราสามารถย้อนกลับไปได้หลาย ๆ ครั้ง เนื่องจากจำเป็นต้องใช้หน่วยความจำค่อนข้างมาก ดังนั้นการ Undo หรือ Redo จึงจะได้ทำได้ในระยะสั้น ๆ ซึ่งต้องระมัดระวังในการใช้งานด้วย

ImageJ ตั้งแต่ version 1.45 เป็นต้นมานั้น การ Undo สามารถที่จะนำไปใช้กับภาพ หลาย ๆ ภาพได้ ถ้ามีการกำหนดค่า (เช็คเครื่องหมายถูกต้องเอาไว้) Keep multiple undo buffers ซึ่งสามารถตรวจสอบได้จากเมนู Edit->Options->Memory & Threads ...

ถ้าหากการทำงานเราไม่สามารถย้อนกลับมาตำแหน่งที่ถูกต้องได้เราสามารถรีเซ็ตค่าใหม่ได้จากการใช้เมนู File->Revert ภาพก็จะย้อนกลับไปในสถานะที่มีการบันทึกล่าสุด หรือเราสามารถเลือกตำแหน่งที่ต้องการได้ จากเมนู Edit->Selection->Restore Selection

การค้นหาคำสั่งใน ImageJ

บางครั้งการใช้งานโปรแกรม ImageJ เพื่อการประมวลผลภาพสักภาพนั้น เราอาจะมีการใช้ความสามารถของคำสั่งต่าง ๆ มากมายแต่หากว่าเราจำได้แค่บางส่วนของคำสั่ง หรือไม่แน่ใจคำสั่งจริงๆ แต่คุ้น ๆ ว่าจะมีคำสั่งแบบนี้แน่นอนแล้วนั้น เราสามารถใช้การค้นหาคำสั่งภายใน ImageJ เพื่อช่วยให้เราวิเคราะห์การใช้งานคำสั่งต่างๆ ได้ดียิ่งขึ้น โดยส่วนที่เราจะสามารถหาคำสั่งได้มีในเมนูดังนี้

  1. Plugins->Utilities->Find Commands ...
  2. Plugins->Utilities->Search ...
โดยการค้นหาสามารถหาจากโค้ดโปรแกรม เนื่องจากส่วนอธิบายของโปรแกรม (Comment) ก็มีส่วนช่วยในการค้นหาเพื่อดูลักษณะการใช้งานโปรแกรมได้ค่อนข้างดี

วันพฤหัสบดีที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2555

การใช้ Keyboard Shortcuts ใน ImageJ

การใช้งาน ImageJ นั้นมีความจำเป็นมากที่จะต้องเรียนรู้การใช้งาน shortcut keys เพราะโดยส่วนใหญ่แล้วคีย์ลัดจะมีใช้งานอยู่ทุก ๆ เมนูของโปรแกรม เช่นเดียวกันกับบทความในบล็อคของผมนะครับก็จะได้แนะนำใช้คีย์ลัดอยู่เรื่อย ๆ

และควรจำไว้ด้วยนะครับว่า ตัวเล็กตัวใหญ่ตัวใหญ่จึงมีความสำคัญในการเรียกใช้ shortcut keys โดยคีย์ที่มีมักใช้งานสำหรับคีย์ลัดนั้นจะรวมเอาคีย์คอลโทรล Ctrl ร่วมเข้าไปด้วย แต่หากคีย์ตัวไหนเป็นตัวใหญ่ก็จะมี Shift ร่วมเข้าไปด้วย ตามแต่ละเมนู ซึ่งเราสามารถกำหนดให้มีการตรวจสอบคีย์ Ctrl ด้วยหรือไม่ก็ได้ รายละเอียด Shortcut keys  สำหรับ ImageJ สามารถตรวจสอบได้ที่เมนู Plugings->Utilities->List Shortcuts ...

คีย์ที่ใช้ใน ImageJ นั้นมี 3 อย่างดังนี้

Control หรือ Command key ในเครื่อง Apple ซึ่ง'Alt' หมายถึงปุ่ม Ctrl ซึ่งจะมีบนเครื่อง Macintoch ของ Apple เป็นปุ่ม สี่เหลี่ยมที่มีวงกลมที่มุมสี่ด้าน (Cmd) แทนปุ่ม Ctrl ของระบบปฏิบัติการทั่ว ๆ ไป ในบทความนี้จะใช้สัญลักษณ์ Ctrl เป็นหลักในการอ้างถึงการกดปุ่ม Control เกือบทั้งหมด

Shift ในเอกสารนี้ใช้สัญลักษณ์ 'Shift'

Alt ในเอกสานี้ใช้สัญลักษณ์ 'Alt' โดยทั่วไปแล้วจะใช้เป็น 'Option' หรือ 'Aleta' แต่ในเอกสารนี้จะใช้เป้นการพิมพ์ค่าอักษรที่มีความจำเพาะ เช่น 'Alt'+M หรือ 'Alt'+Shift+A เป็นต้น

วันอาทิตย์ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2555

การใช้ mailing-lists สำหรับการถาม-ตอบของ ImageJ

หากมีคำถาม มีข้อสงสัยที่ต้องการใช้บริการ mailing-lists นั้น ImageJ มีผู้เชี่ยวชาญมากกว่า 200 คนที่มีไว้บริการผู้รับบริการทุกท่าน ทุกคำถาม ทุกหัวข้อ แต่ขั้นตอนก่อนจะถามปัญหาใด ๆ นั้นควรปฏิบัติดังนี้

  1. อ่านเนื้อหาไฟล์ที่อธิบายแต่ละส่วนให้ดีก่อนที่จะโพสคำถาม เนื่องจากว่าคำอธิบายบางส่วนหากเราอ่านไม่ละเอียดหรืออ่านให้ดีก่อน อาจจะเป็นการถามคำถามที่ไม่ใช่ปัญหาใหม่ ๆ ซึ่งสามารถตรวจสอบความสามารถของโปรแกรมก่อน ได้จากเมนู Help->ImageJ News ...
  2. มองหาคำถามที่เคยมีคนถามไว้ก่อนแล้ว บางครั้งคำถามเหล่านั้นจะมีคนตอบเอาไว้แล้ด้วย ตรวจสอบได้จาก Help->Mailing Lists...
  3. ถ้าคุณมีบัก หรือมีปัญหาใหม่ ๆ  สำหรับให้มีการปรับปรุ่งใน ImageJ รุ่นล่าสุด (Help->Update ImageJ ...) คุณควรตรวจสอบและทดสอบการทำงานของจาวารุ่นล่าสุดก่อน หรือไม่ส่งปัญหาของคุณไปได้ที่ http://imagej.nih.gov/ij/docs/faqs.html#bug
  4. จำไว้ว่ากรณีส่วนมากแล้วสามารถหาคำตอบของปัญหาได้จาก ImageJ หลังจากที่ติดตั้งไปแล้วโดยที่ไม่ต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ซึ่งสามารถหาตัวอย่างการเขียน เช่น macros ได้ (ดู Finding Commands และ Extending ImageJ)
  5. ถ้าหากว่ามีปัญหาจริงๆ คุณต้องการส่ง mailing lists ควรปฏิบัติดังนี้
  1. ให้คำอธิบายที่หัวข้อ เช่น Re: Problem with Image->Set Scale command is much more effective than a general Re: Problem เป็นต้น
  2. หัวข้อ อย่าเพิ่งปิดคำถาม ให้ใช้สถานะ unrelated สำหรับ คำถามนั้น
  3. ระมัดระวังในการส่งไฟล์แนบ เช่นขนาดไฟล์ที่ใหญ่เกินไป หรืออาจจะใช้ file hosting server แทน
  4. แก้ไขการตอบกลับ ควรจะมีรายละเอียดของคำถามเล้กน้อย หรือใส่ไว้ในเครื่องหมายคำพูด เพื่อให้การตอบกลับ หรือการสื่อสารมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

หวังว่าจะสนุกกับการรับบริการจาก ImageJ นะครับ

หากต้องการใช้งาน ImageJ จะได้รับบริการช่วยเหลือ (Help) ดีๆ จาก ImageJ ดังนี้

จากรายการด้านล่างเป็นรายการแหล่งให้ความช่วยเหลือในการใช้งาน ImageJ เพื่อให้เกิดประโยชน์มากที่สุด เป็นเอกสารให้ความรู้ที่ลึกตรงกับเนื้อหาหรือเรื่องที่ต้องการที่ใช้ใน ImageJ ประกอบด้วยเรื่อง macro programming, plugin development และอื่น ๆ มีหลายหัวข้อให้เลือกดูนะครับ ลองดูรายละเอียดตามด้านล่างเลย


  1. ImageJ online documentation page สามารถเลือกำได้จากเมนู Help->Documentation
  2. The Fiji webpage: http://fiji.sc/
  3. The ImageJ Information and Documentation Portal (Image wikipage): http://imagejdocu.tudor.lu/doku.php
  4. Video tutorials on the ImageJ Documentation Portal and the Fiji Youtube channel: http://imagejdocu.tutor.lu/doku.php?id=video:start&s[]=video และ http://www.youtube.com/user/fijichannel และนอกจากนี้ยังมีบริการที่ Christine Labno's video tutorial
  5. The ImageJ for Microsopy manual : http://www.macbiophotonics.ca/imagej/
  6. Several online documents, most of them listed at: http:///imagej.nih.gov/ij/links.html และ http://imagej.nih.gov/ij/docs/examples/
  7. Mailing lists:
  1. ImageJ -- http://imagej.nih.gov/ij/list.html
  2. Fiji users -- http://groups.google.com/group/fiji-users
  3. Fiji-devel -- http://groups.google.com/group/fiji-devel
  4. ImageJ-devel -- http://imagejdev.org/mailman/listinfo/imagej-devel
  5. Dedicated mailing lists for ImageJ related projects -- http://imagejdev.org/mailing-lists

จากตัวอย่างข้างต้นเป็นแหล่งข้อมูลที่จะช่วยให้สามารถใช้งาน ImageJ ได้อย่างเต็มความสามารถนะึครับ