แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เข้าใจไวยากรณ์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เข้าใจไวยากรณ์ แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2556

การเขียนประโยคภาษาอังกฤษระดับพื้นฐาน

ตอน การตั้งประโยคคำถามข้อมูล

โดยทั่วไปแล้วคำถามีสองแบบ แบบแรกเราต้องการคำตอบแค่ว่าใช่หรือไม่ใช่ ซึ่งก็ตรงกับภาษาอังกฤษว่า yes / no แต่หากเราต้องการถามข้อมูลเพิ่มเติม เช่น บ้รานอยู่หนใด ทำงานเป็นอะไร แกเป็นใคร ชื่อเสียงเรียงนามว่าอย่างไร เราก็ต้องใช้คำถามอีกประเภทหนึ่ง นั่นคือคำถามที่ขึ้นต้นด้วย who (ใคร), what (อะไร), which + คำถาม แปลว่า อันไหน คนไหน ตัวไหน, when (เมื่อใด), where (ที่ไหน), why (ทำไม), how (อย่างไร) การเรียงตัวของมันก็จะเหมือนกับการทำประโยคคำถามทั่ว ๆ ไปนั่นคือ กริยาต้องการ่อนท่านประธานจากนั้นก็ใส่เครื่องหมายคำถาม และอย่าลืมเอาคำพวกนี้ไปวางไว้ต้นประโยคด้วยละ ตรงนี้เหมือนภาษาไทยเราเลย เช่น
เธอชื่ออะไร = What is your name?
บ้านอยู่ไไหน = Where is your house?

สูตรของมันคือ

คำแสดงคำถาม + to be + ประธาน?

What is your name?
Where is your house?

จงแปลประโยคต่อไปนี้ให้เป็นภาษาอังกฤษ
1. นี้คืออะไร
2. พ่อคุณเป็นอะไร (อาชีพ)
3. วันปีใหม่นั้นเมื่อไร
4. วันนี้วันอะไร
5. กี่โมงแล้ว
6. รถคุณสีอะไร
7. คุณมาจากประเทศอะไร
8. แม่คุณเป็นอย่างไรบ้าง
9. คุณสูงเท่าไหร่
10. ทะเลลึกไหม

การตั้งประโยคคำถาม (ส่วนที่ 2)
สิ่งที่ต้องระวังในการตั้งประโยคคำถามคือ ต้องนำคำแสดงคำถามมาวางไว้ต้นประโยคซึ่งได้แก่คำประเภท who / what / when / where / how และตามด้วยกริยาจากนั้นจึงเป็นประธาน เช่น คุณไปไหนมา ในการถามคำถามผูุ้ามต้องระวังเรื่องกิริยาด้วย เพราะการใช้กริยานั้นจะต้องสอดคล้องกับเวลาที่เหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นด้วย เช่น
คำถาม: Where did you go? (ไปมาแล้ว เราจึงต้องกริยาในรูปของอดีต)
คำตอบ: I went to the library. ไปห้องสมุดมา กริยาต้องใช้ในรูปของอดีตเช่่นกัน แต่ในการตอบเราสามารถตอบสั้น ๆ ว่า Library.

กริยานั้นมีผลสำคัญมากเพราะหากผู้เขียนใช้ว่า Wher are you going? ก็จะหมายถึง คุณกำลังจะไปไหน เป็นต้น
คำตอบ คือ I am goin to the libray. หรือ Library.

จงแปลประโยคต่อไปนี้ให้เป็นภาษาอังกฤษ
1. คุณชื่ออะไร ผมชื่อจอร์จ
2. ชื่อของคุณสะกดอย่างไร G-E-O-R-G-E
3. คุณมาจากไหน ผมาจากอังกฤษ
4. คุณมีพี่น้องกี่คน ผมมีน้องสาวสามคนและน้องชายสองคน
5. คุณทำงานอดิเรกอะไร สะสมแสตมป์
6. คุณโตที่ไหน ผมโตที่กรุงเทพฯ
7. คุณเป็นลูกคนที่เท่าไหร่ ผมเป็นลูกคนที่สอง
8. คุณจบจากโรงเรียนอะไรมา วัดลิงขบ
9. คุณจบปริญญาตรีจากที่ไหน มหาวิทยาลัยอ๊อกซฟอร์ด
10. คุณพูดได้กี่ภาษา ผมสามารถพูดได้สองภาษา


1. What is your name?
My name is George.
2. How do you spell your name?
G-E-O-R-G-E.
3. Where do you come from?
I come from English.
(I am from England.)
4. How many sisters and brothers do you have?
I have three sisters and two brothers.
5. What is your hobby?
My hobby is collecting stamps.
6. Where did you grow up?
I grew up in Bangkok.
7. What number are you in the family?
I am the second in the family.
8. What high school did you go to?
Wat Lingkob.
9. Where did you graduate?
I graduated from Oxford University.
10. How many languages can you speak?
I can speak two languages.


การใช้ which ในการเขียนประโยค

จงแปลประโยคต่อไปนี้ให้เป็นภาษาอังกฤษ
1. คุณชอบอะไรมากกว่าระหว่างกาแฟกับชา
2. คุณชอบอะไรมากกว่าระหว่างวิทยุกับทีวี
3. คุณชอบอะไรมากกกว่าระหว่างหนังผีกับหนังนักสืบ
4. สัตว์ประเภทไหนที่คุณชอบ แมวหรือสุนัข
5. ขนมหวานอันไหนที่ต้องการจะกินระหว่างไอศครีมกับเค้ก


1. Which do you prefer, coffee or tea?
2. Which do you prefer, the radio or TV?
3. Which do you prefer, horror films or detective films?
4. Which animal do you like, cats or dogs?
5. Which dessert do you want to eat, ice-cream or cake?



การใช้ who ในการเขียนประโยค

จงแปลประโยคต่อไปนี้ให้เป็นภาษาอังกฤษ

1. เมื่อวานนี้คุณไปกับใครมา
2. คุณพูดกับใครเมื่อกี้นี้
3. คุณเป็นใคร
4. คุณรักใคร
5. ใครได้เกรดเอในวิชาภาษาอังกฤษ

1. Who did you meet yesterday?
2. Who did you talk to a moment ago?
3. Who are you?
4. Who do you love?
5. Who got an “A” in English?



การใช้ why ในการเขียนประโยค

จงแปลประโยคต่อไปนี้ให้เป็นภาษาอังกฤษ

1. ทำไมคุณดูเศร้าจัง เพราะเกรดของฉันไม่ดี
2. ทำไมวันนี้มาเรียนสาย เพราะเมื่อคืนดูทีวีดึกและหลับเพลินเมื่อเช้านี้
3. ทำไมนักการเมืองทุจริต เพราะพวกเขางกและไม่รักประเทศชาติ
4. ทำไมปฏิเสธคำเชิญละ เพราะฉันต้องทำการบ้านให้เสร็จ
5.ทำไมไม่มากับเราคืนวันเสาร์ที่แล้วล่ะ เพราะแนมีนัดกับหมอฟันแล้ว


1. Why do you look so sad?
Because my grade is bad (is not good).
2. Why did you come to class late today?
Because I watched TV late last night and overslept in the morning.
3. Why the politicians corrupt?
Because the are greedy and don’t love the country.
4. Why did you refuse the invitation?
Because I had to finish my homework.
5. Why didn’t you come with use last Saturday night?
Because I had an appointment with a dentist.


วันพุธที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2555

Sentence [ตอนที่ 4]

Sentence คือ ประโยคที่มีใจความสมบูรณ์ หรือประโยคที่อ่านแล้วมีใจความชัดเจน ซึ่งจะต้องมีองค์ประกอบของประโยค เพื่อให้ได้ใจความที่มีความสมบูณร์มากขึ้น

องค์ประกอบของประโยค
องค์ประกอบของประโยค ก็มีหลากหลายรูปแบบขึ้นอยู่กับแต่ละความต้องการในการใช้งาน ยกตัวอย่าง เช่น
1 ประโยคที่มี ประธานและกริยา แสดงได้ดังนี้

ภาคประธาน + ภาคแสดง (Subject + Verb)

เช่น The dog run. หมาวิ่ง เป็นต้น

2. ประโยคที่มี ประธาน กริยา และกรรม แสดงได้ดังนี้

ภาคประธาน + ภาคแสดง + กรรม (Subject + Verb + Object)

เช่น I had breakfast. ผมรับประทานข้าวเช้าแล้ว เป็นต้น

3. ประโยคที่มี ประธาน กริยา กรรม และ ส่วนเพิ่มเติม แสดงได้ดังนี้

ภาคประธาน + ภาคแสดง + กรรม + ส่วนเพิ่มเติม (Subject + Verb + Object + Complement)

เช่น She running to school. เธอกำลังวิ่งไปโรงเรียน เป็นต้น


คำที่สามารถนำมาเป็นประธานของประโยค และ กรรมของประโยค ได้นั้นแบ่งได้เป็น 7 ประเภท ดังนี้
1. Noun (คำนาม)
The book is very good.
A dog run away.

2. Pronoun (คำสรรพนาม)
She is a teacher.
They can go to Bangkok.

3. Adjective (คำคุณศัพท์)
ทำหน้าที่เป็นคำนามด้วยการเติม The ไว้ข้างหน้าคำคุณศัพท์
The rich know how to earn.

4. Infinitive (to + Verb 1)
เป็นรูปแบบคำกริยาที่ขึ้นต้นด้วย to ก็สามารถทำหน้าที่แทนคำนามได้
To talk to you is very easy for me.

5. Gerund (Verb 1 + ing)
คำกริยาที่เติม ing สามารถเป็นประธาน หรือ กรรมของประโยคได้
Sleeping is on of the good ways to relax.

6. Phrase (วลี) วีลีหรือกลุ่มคำที่ขาดองค์ประกอบใดประกอบหนึ่งของประโยคไป ก็สามารถเป็นประธานหรือกรรมของประโยคได้
The way to success is not easy.

7. Clause (อนุประโยค) คือรูปแบบประโยคย่อยที่ไม่สามารถอยู่เดี่ยว ๆ ได้ แม้จะมีภาคประธาน หรือ กริยาในตัว เมื่อพูดแล้วไม่สามารถสื่อความหมายได้อย่างชัดเจน
What I'm trying to say is very complicated.

วันศุกร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

Part of Speech คืออะไร [ตอนที่ 3]

Part of speech คือ คำที่ทุกคำที่ใช้ในประโยค ซึ่งล้วนถือว่าเป็นส่วนของประโยคหรือส่วนของคำพูด ทั้งหมด

คำต่าง  ๆ ที่แสดงในประโยคต่าง ๆ นั้นล้วนมีชื่อเรียก มีหน้าที่มีความหมายแตกต่างกันออกไป ส่วนประกอบต่าง ๆ ของประโยคแบ่งออกได้เป็น 8 ชนิด ดังนี้
  1. Noun  = คำนาม
  2. Pronoun = คำสรรพนาม
  3. verb = คำกริยา
  4. Adverb = คำกริยาวิเศษณ์
  5. Adjective = คำคุณศัพท์
  6. Preposition = ทำบุพบท
  7. Conjunction = คำสันธาน
  8. Interjection = คำอุทาน
หากกล่าวให้ละเอียดพอสังเขป คำทั้ง 8 ชนิดสามารถสรุปย่อ ๆ ได้ดังนี้

1. Noun หรือคำนาม
เป็นคำที่ใช้เรียก คน สัตว์ สิ่งของ สถานที่ คุณสมบัติ หรือคุณค่าต่าง ๆ เช่น
ชื่อคน : Tom, John เป็นต้น
ชื่อสัตว์ :Dog, Bat, Cat, Rat เป็นต้น
สิ่งของ : Table, Pen, Car, Book เป็นต้น
สถานที่ : Hospital, Post office, School เป็นต้น
คุณสมบัติหรือคุณค่า : Honesty, Wisdom, Truth เป็นต้น

2. Pronoun หรือคำสรรพนาม
เป็นคำที่ใช้เรียกแทนคำนาม แทนการเรียกคำนามแบบซ้ำ ๆ ทำให้รูปของประโยคไม่ต่อเนื่องและไม่ไพเราะ ตัวอย่างเช่น I, You, We, They, He, She, It เป็นต้น

3. Verb หรือคำกริยา
เป็นคำหรือกลุ่มคำที่ทำหน้าที่แสดงว่าทำอะไร เช่น Is, Have, Are, Read, Write เป็นต้น

4. Adverb หรือคำกริยาวิเศษณ์
เป็นคำที่ช่วยขยายกริยาว่าประธานของประโยคกำลังทำสิ่งนั้นด้วยลักษณะอย่างไร จะทำให้การอธิบายของกริยามีความชัดเจนขึ้น เช่น Badly เป็นต้น

5. Adjective หรือคำคุณศัพท์
เป็นคำที่ใช้ขยายคำนามให้มีความชัดเจนขึ้น เช่น Pretty เป็นต้น

6. Preposition หรือคำบุพบท
เป็นคำที่ใช้เชื่อมคำนามหรือสรรพนามเข้าด้วยกัน ทำให้ได้ความหมายและรูปประโยคที่มีสวยงามมากยิ่งขึ้น เช่น is, on, to เป็นต้น

7. Conjunction หรือคำสันธาน
เป็นคำที่ใช้เชื่อมคำ หรือข้อความ (วลี) เข้าไว้ด้วยกัน เช่น And, Or, However เป็นต้น

8. Interjection หรือคำอุทาน
เป็นคำเดียว หรือประโยคก็ได้ ใช้แสดงอารมณ์ความรู้สึกในขณะนั้น เช่น (Form http://www.english-grammar-revolution.com/list-of-interjections.html)

A: aha, ahem, ahh, ahoy, alas, arg, aw
B: bam, bingo, blah, boo, bravo, brrr
C: cheers, congratulations
D: dang, drat, darn, duh
E: eek, eh, encore, eureka
F: fiddlesticks
G: gadzooks, gee, gee whiz, golly, goodbye, goodness, good grief, gosh
H: ha-ha, hallelujah, hello, hey, hmm, holy buckets, holy cow,

holy smokes, hot dog, huh?, humph, hurray
O: oh, oh dear, oh my, oh well, ooops, ouch, ow
P: phew, phooey, pooh, pow
R: rats
S: shh, shoo
T: thanks, there, tut-tut
U: uh-huh, uh-oh, ugh
W: wahoo, well, whoa, whoops, wow
Y: yeah, yes, yikes, yippee, yo, yuck

วันพฤหัสบดีที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2555

การเปรียบเทียบสระภาษาอังกฤษกับภาษาไทย [ตอนที่ 2]


การเปรียบเทียบสระภาษาอังกฤษกับภาษาไทย
สระในภาษาอังกฤษนั้น ซึ่งได้แก่ a, e, i, o, u และ y นำมาเปรียบเทียบกับสระภาษาไทยได้ดังนี้
สระภาษาอังกฤษ
คำอ่าน
เทียบกับของไทย
ตัวอย่าง
a
เอ
เ-, แ-, -ะ, -า และสระออ
Gate
Gap
Grass
e
อี
เ-, สระอิ, สระอี
Pet
Reach
i
ไอ
สระอิ, สระอี, ไ-
Fire
Kind
Film
o
โอ
โ-, -อ
Bowl
u
ยู
สระอุ, สระอู
Fuel
y
วาย
ไ-, สระอิ, สระอี
Shy
lovely

พยัญชนะ และสระ สามารถเป็นพยัญชนะผสม หรือสระผสมก็ได้ ซึ่งจะได้ให้เสียงอ่านเปลี่ยนแปลงไปในบางคำ
พยัญชนะกล้ำ
พยัญชนะ
คำอ่านไทย
ตัวอย่าง
ch
ช, จ
Choose
-ng
Thing
-nk
งค์
Drink
sh
Short
qu
คว-
Queen
-ve
Wave
ph
Phase
th
ด, ธ
Thank
-ck
check

การผสมสระกับสระภาษาอังกฤษนั้นสามารถวางสระไว้หน้า หรือหลัง ของพยัญชนะก็ได้ ทำให้ได้เสียงอ่านที่แตกต่างกันออกไป
ตัวอย่าง เช่น a ไว้ข้างหน้า
คำศัพท์
คำอ่าน
Age
เอจ
At
แอท
Alarm
อะ-ลาร์ม
Answer
อาน-เซอะ

เมื่อวางสระ a ไว้กลาง หรือหลังพยัญชนะ
คำศัพท์
คำอ่าน
Sand
แซนด์
That
แดท
Shape
เชป
Crab
แคร็บ
Calendar
แคล-เลนเดอร์

ตัวอย่างการผสมสระตัวอื่น ๆ
คำศัพท์
คำอ่าน
Them
เธม
Each
อีช
Ear
เอีย
Meet
มีท
Item
ไอเท็ม
It
อิท
Hide
ไฮ
Thin
ธิน
Off
ออฟ
Together
ทู-เก็ต-เทอ
Sort
ช็อท
Unable
อัน-เอ-เบิล
Punish
พัน-นิช
unit
ยู-นิท


วันศุกร์ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2555

ทบทวนพยัญชนะ และสระภาษาอังกฤษ [ตอนที่ 1]

ภาษาอังกฤษมีตัวอักษร 26 ตัว และ 5 ใน 26 ตัวนั้นเป็นสระ

ซึ่งได้แก่ A, E, I O , U

และมีอีก 1 ตัวอักษรที่สามารถเป็นได้ทั้งสระและพยัญชนะ นั่นคือตัว Y

การเขียนภาษาอังกษสามารถเขียนได้ 4 แบบ ได้แก่

  1. ตัวพิมพ์ใหญ่
  2. ตัวพิมพ์เล็ก
  3. ตัวเขียนใหญ่
  4. ตัวเขียนเล็ก
ตารางแสดงตัวอักษรในภาษาอังกฤษ

ตัวพิมพ์ใหญ่ตัวพิมพ์เล็กคำอ่าน
Aaเอ
Bbบี
Ccซี
Ddดี
Eeอี
Ffเอฟ
Ggจี
Hhเอช
Iiไอ
Jjเจ
Kkเค
Llแอล
Mmเอ็ม
Nnเอ็น
Ooโอ
Ppพี
Qqคิว
Rrอาร์
Ssเอส
Ttที
Uuยู
Vvวี
Wwอับเบิลยู
Xxเอ็กซ์
Yyวาย
Zzซี, แซ็ด
ตารางแสดงการเปรียบเทียบพยัญชนะในภาษาอังกฤษ กับ ภาษาไทย
พยัญชนะภาษาอังกฤษพยัญชนะภาษาไทยตัวอย่าง
bbird
cค หรือ ซcycle, cat
chช หรือ คchain, Christ
ckdeck
ddrink
dhBuddhist
fface
ggift
gecharge
ghtough
hhouse
jjob
kค หรือ กking
llike
mmood
nnear
ngsing
nkงค์sink
pพ หรือ ปpink
phphysician
quควquench
rrace
sส หรือ ซsin
shshine
tท หรือ คtiger
ththat
vvoice
wwife
xคช์ox
yyou
zzoo