หลากหลายวิธีการแก้ไขปัญหา Ipod ชาร์ดไม่เข้า และหลากหลายวิธีการของแต่ละคนที่สามารถแก้ปัญหาให้เจ้า Ipod สามารถกลับมาชาร์ดไฟเข้า และสามารถใช้งานได้ต่อไป (และต่อไปก็คงพยายามไม่ให้เกิดการแบตหมดจนเกลี้ยง) เพราะหากแบตหมดจนเกลี้ยงแล้ว โอกาสที่จะสามารถกลับมาชาร์ดไฟเข้าแบบเดิม และความโชคดีแบบนั้นคงอาจจะเหลือน้อยลงไป ตามอายุการใช้งานและสภาพการใช้งานที่ไม่ค่อยดูแล
เริ่มจากเมื่อคืนเล่นเน็ตไปเรื่อย ๆ จนหลับ แบบไม่ได้ปิดแอพฯ ปิด wifi เอาไว้ ซึ่งแบตก็เหลือน้อยเลยทำให้มีการใช้งานเครื่องแบบหนัก ๆ ตลอดเวลาจนทำให้แบตที่เหลือหมดไปแบบเปิดเครื่องไม่ได้ (เคยทำมาหลายครั้งแล้ว) แต่เช้าวันนี้เจ้า Ipod กลับไม่ไม่ยอมชาร์ตด เสียบที่ชาร์จแล้วก็นิ่งสนิท ไม่มีอะไรตอบสนอง เจ้ารูปแอพเปิลตอนเปิดเครื่องก็ไม่ถูกเปิดขึ้นมา (ใจเสีย)
เสียบทิ้งไว้ และหาคำตอบจากอินเทอร์เน็ต ก็ได้คำตอบที่หลากหลายกันไป หลังจากชาร์ตเอาไว้ 30 นาที ไม่มีอะไรตอบสนอง เลยลองตามที่มีแนะนำในอินเทอร์เน็ตว่าให้กดปุ่ม Home + ปุ่ม Power พร้อมกัน ก็ลองกดตามแบบไม่คิดว่าจะได้หรือไม่ได้ เพราะอย่างน้อย ๆ ไม่ได้ก็พังอยู่แล้ว แต่ถ้าได้ขึ้นมาก็จะได้ภาพ ได้วีดีโอ อะไรหลายอย่างที่อยู่ในเครื่องกลับคืนมา
กดครั้งแรก ไม่นานเท่าไหร่ เงียบสนิท ไม่มีอะไร
รอไปอีก 10 กว่านาที
กดครั้งที่ 2 นานขึ้นมาอีกนิดหน่อย .... รูปแอปเปิลขึ้นมาแล้วครับ หัวใจนี้เต้นเร็ว เพราะดีใจมาก แต่รอที่หน้าแอปเปิลนี้นานมากกว่าปกติ แต่สุดท้ายก็เข้ามาสู่หน้าจอ ได้แล้ว
เข้ามายืนยันว่า Ipod (ไอพอด) แบตหมด ชาร์ตไม่เข้า แก้ปัญหาด้วยการ กดปุ่ม Home+Power สามารถแก้ปัญหากรณีวันนี้ได้จริงนะครับ
ImageJ คู่มือ ImageJ สอนการใช้งาน โปรแกรม ImageJ ภาษาไทย ที่ครบถ้วนที่สุด สำหรับต่อยอดเทคนิคการประมวลผลภาพ (Image Processing) ImageJ คืออะไร เป็นโปรแกรมประมวลผลภาพ อย่างไรที่นี้มีคำตอบ หากผิดพลาดประการใด ขออภัย ครับ
วันจันทร์ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2558
วันพฤหัสบดีที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2557
PHP แสดงข้อมูลจาก วันเกิด (วัน เดือน ปี) เป็นอายุ กี่ปี กี่เดือน กี่วัน
เป็น script php การแปลงวันเกิด ให้แสดงผลในรูแบบ อายุกี่ปี กี่เดือน กี่วัน จากการทดสอบก็ค่อนข้างจะใช้ได้ครับ ไม่มีคำสั่งที่ซับซ้อนที่ยุกยาก นอกจากบวก ลบ เลขธรรมดา จึงเป็น สคริป (script) การแปลงวันที่ ที่เป็นวันเกิด เป็นวันเดือนปี อย่างง่าย ที่สามารถนำไปทดลอง ใช้งานได้ครับ
ตัวอย่างการใช้คำสั่ง
echo show_year_month_day_for_age('2003-05-01');
ผลลัพธ์
11 ปี 0 เดือน 21 วัน
จากวันที่ด้านบนจะนับเป็น 21 วันเพราะวันที่ 22 ยังไม่ผ่านตามคำสั่งนี้เลยยังไม่นับวันที่ 22 ด้วย ทำให้ผลลัพธ์ที่ได้เป็น 21 วัน
จากตัวอย่างคำสั่งด้านบนอาจจะมีผิดพลาดได้ครับแต่เท่าที่ลองทดสอบยังไม่เจอข้อผิดพลาด หากนำไปใช้อาจจะปรับให้มีความสมบุรณ์มากขึ้นไปอีกครับ
ปล.
คำว่า น้อยกว่า คือเครืองหมาย น้อยกว่า ใส่ไม่ได้ระบบบอกว่าเป็น รหัส html ไม่ผ่าน เลยต้องเพิ่มเป็นข้อความเอาครับ
ตัวอย่างการใช้คำสั่ง
echo show_year_month_day_for_age('2003-05-01');
ผลลัพธ์
11 ปี 0 เดือน 21 วัน
จากวันที่ด้านบนจะนับเป็น 21 วันเพราะวันที่ 22 ยังไม่ผ่านตามคำสั่งนี้เลยยังไม่นับวันที่ 22 ด้วย ทำให้ผลลัพธ์ที่ได้เป็น 21 วัน
ตัวอย่างคำสั่ง
function show_year_month_day_for_age($pbday){$dinm = array(0, 31, 28, 31, 30, 31, 30, 31, 31, 30, 31, 30, 31);$today = date("Y-m-d");list($byear , $bmonth , $bday) = explode("-" , $pbday);list($tyear , $tmonth , $tday) = explode("-" , $today);$result_y = $today-$byear;$result_m = $tmonth-$bmonth;if($result_m น้อยกว่า 0) {$result_y = $result_y-1;$result_m = 12-abs($result_m);}$result_d = $tday-$bday;if($result_d น้อยกว่า 0) {if($result_m!=0) {$result_m = $result_m-1;} else {$result_y = $result_y-1;$result_m = 12-1;}$d = $dinm[$tmonth-1];if($tmonth==2 && ($tyear%4)==0) { //ปีที่มี ก.พ. 29 วัน$d = $d+1;}$result_d = $d-abs($result_d);}$age = $result_y." ปี ".$result_m." เดือน ".$result_d." วัน";return($age);}
ปล.
คำว่า น้อยกว่า คือเครืองหมาย น้อยกว่า ใส่ไม่ได้ระบบบอกว่าเป็น รหัส html ไม่ผ่าน เลยต้องเพิ่มเป็นข้อความเอาครับ
วันอังคารที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2557
Selections with ImageJ
การเลือกจะหมายถึงการเลือกพื้นที่ที่สนใจ (ROI) ปกติจะเลือกโดยใช้เครื่องมือจากโปรแกรม เพราะว่า ImageJ สามารถแสดงผลจำลองการเลือก ROIs (อาจจะดูเพิ่มเติมไดในหัวข้อ Overlays และ ROI Manager) การเลือกจะมีผลการทำงานเพียงครั้งเดียว (ต่อการเลือกแต่ละครั้ง) การเลือกอาจจะมาจาก การวัดขนาด (Analyze->Measure) การวาด (Edit->Draw) การเติม (Edit->Fill) หรือ Filtered (Process->Filters->submenu) ขึ้นอยู่กับพื้นที่การเลือกที่สนใจ การเลือกพื้นที่นั้นสามารถเลือกได้หลายพื้นที่พร้อมๆ กัน
การเลือกจะกำหนดพื้นที่การเลือกจากสีทั้งหมด 9 สี (Red , Green, Blue, Magenta, Cyan, Yellow, Orange, Black and White) หลังจากการเลือกแล้วสามารถเติมสีพื้นที่เป็นสีใด ๆ ก็ได้ โดยใช้เมนู Edit->Selection->Properties สีเส้นพื้นที่สามารถเปลี่ยนแปลงได้จากเมนู Edit->Options->Color ด้วยการดับเบิลคลิกที่ เครื่องมือจุด หรือ ใช้คีย์บอร์ดในการสั่งงานก็ได้ โดยจะมีจุดแสดงขึ้นมาให้สังเกตได้
การใช้งาน ROIs
มีคำสั่งจำนวนมากที่สามารถกำหนดการวาดเส้นสำหรับการเลือกได้ ดูเพิ่มเติมได้จาก Edit->Selection->submenu และ สามารถสรุปคร่าว ๆ ได้ดังนี้
Adjusting การเปลี่ยนแปลงพื้นที่การเลือกโดยใช้ Brush Selection Tool
Deleting ด้วยการคลิกเมาส์ออกนอกพื้นที่การเลือกหรือเลือกที่เมนู Edit->Selectio->Select None และสามารถใช้เมนู Edit->Selection->Restore Selection หากเปลี่ยนใจอยากจะเลือกเหมือนเดิม
Managing สำหรับการย้ายหน้าต่างการทำงานไปอีกหน้าต่างอื่น โดยใช้ Edit->Selection->Restore Selection แล้วเลือก Analyze->Tools->Synchronize สำหรับสร้างเขตการเลือกมากกว่า 1 ภาพ
Moving เพียงแค่คลิกแล้วลากก็สามารถย้ายได้แล้ว
Nudging การเลือกคลิกเลือกที่จุดและทำงานร่วมกับปุ่มลูกศร
Resizeing ใช้เครื่องมือ Brush Selection ในการปรับขนาดของ ROI ขณะที่ลากสามารถทำงานร่วมกับปุ่ม Alt ได้
picture : ImageJ user guide
การเลือกจะกำหนดพื้นที่การเลือกจากสีทั้งหมด 9 สี (Red , Green, Blue, Magenta, Cyan, Yellow, Orange, Black and White) หลังจากการเลือกแล้วสามารถเติมสีพื้นที่เป็นสีใด ๆ ก็ได้ โดยใช้เมนู Edit->Selection->Properties สีเส้นพื้นที่สามารถเปลี่ยนแปลงได้จากเมนู Edit->Options->Color ด้วยการดับเบิลคลิกที่ เครื่องมือจุด หรือ ใช้คีย์บอร์ดในการสั่งงานก็ได้ โดยจะมีจุดแสดงขึ้นมาให้สังเกตได้
![]() |
| จาก 3 ตัวอย่างที่ได้จากการใช้เครื่องมือในการเลือกพื้นที่ใน ImageJ |
การใช้งาน ROIs
มีคำสั่งจำนวนมากที่สามารถกำหนดการวาดเส้นสำหรับการเลือกได้ ดูเพิ่มเติมได้จาก Edit->Selection->submenu และ สามารถสรุปคร่าว ๆ ได้ดังนี้
Adjusting การเปลี่ยนแปลงพื้นที่การเลือกโดยใช้ Brush Selection Tool
Deleting ด้วยการคลิกเมาส์ออกนอกพื้นที่การเลือกหรือเลือกที่เมนู Edit->Selectio->Select None และสามารถใช้เมนู Edit->Selection->Restore Selection หากเปลี่ยนใจอยากจะเลือกเหมือนเดิม
Managing สำหรับการย้ายหน้าต่างการทำงานไปอีกหน้าต่างอื่น โดยใช้ Edit->Selection->Restore Selection แล้วเลือก Analyze->Tools->Synchronize สำหรับสร้างเขตการเลือกมากกว่า 1 ภาพ
Moving เพียงแค่คลิกแล้วลากก็สามารถย้ายได้แล้ว
Nudging การเลือกคลิกเลือกที่จุดและทำงานร่วมกับปุ่มลูกศร
Resizeing ใช้เครื่องมือ Brush Selection ในการปรับขนาดของ ROI ขณะที่ลากสามารถทำงานร่วมกับปุ่ม Alt ได้
picture : ImageJ user guide
วันพุธที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2557
Color Images with ImagJ
ImageJ มีสีที่ใช้หลัก 3 แบบ คือ
1. pseudocolor images
2. RGB images
3. Composite images
1. Pseudocolor Images
หรือ indexed color เป็นภาพ 1 channel ภาพระดับเทา (8, 16, 32 bit) เก็บค่าสีด้วย lookup table หรือ LUT เป็นตารางที่จะจับคู่ภาพระดับเทาเปรียบเทียบกับภาพสีที่มี RGB (red, green, blue) ในลักษณะของเฉดสีเทา (colorized pixels) ดังนั้นสีที่ปรากฎในสีแบบ Pseudocolor Image จะแสดงด้วยค่าความสว่างของภาพมากกว่าจะเป็นค่าสีของภาพ
ภาพ 8 บิต เช่น ภาพ GIFs เป็นตัวอย่างภาพแบบ Pseudocolor Image โดยใช้ LUT ในการเก็บค่าสีของภาพ ภาพจะมีค่าสีจำนวน 256 สี (24 bit จะมี 16.7 ล้านสี) ซึ่งจะทำให้ขนาดไฟล์เล็ก การลดขนาดสีที่เป็นจริงลงเหลือ 256 สีสามารถจัดการด้วยอัลกอริทึมของ quantization ใน ImageJ ใช้ทฤษฏีของ Heckbert's median-cut color quantization algorithm (ดูเพิ่มเติม Image->Type->menu)
2. สีจริงแบบ RGB
ซึ่งเป็นสีที่มีความฉลาด เช่น green ใน RGB นั้นจะมีผลต่อสีเขียวในกลุ่มสีตัวอย่าง ภาพ RGB จะได้จากกล้องแบบ CCD
โครงสร้างสี
โครงสร้างสีอธิบายด้ยเส้นสีจากอุปกรณ์ เพราะมนุษย์มองทุกอ่างเป็นสีซึงแสดงจากสีหลัก 3 สี และมีหลายโมเดลที่อยู่ในกลุ่มนี้คือ RGB, HSB, CIE Lab หรือ YUV
RGB เป็นสีที่ใช้โดยทั่ไปเนื่องจากพวก HSB มีการวิเคราะห์ค่าละเอียดเหมาะกับการประมวลผลภาพมากกว่า ใน HSB ค่า H = ค่าสี, S= ค่าความเข้มสี และ V=
ค่าความสว่าง
3. Color Composite Images
เป็นค่าสีที่สามารถจัดาร channel ของสีได้ และได้ใช้โครงสร้างสีพื้นฐานมาจาก RGB โดยโมเดลสีนี้มีคุณสมบัติดังนี้
1. แต่ละ channel จะอยู่แยกกันและสามารถเลือกใช้งาน หรือ ไม่ใช้งานก็ได้ ได้จากเมนู Image->Color->Channels Tools...
2. แต่ละ Channel เลือกได้เป็น 8 16 หรือ 32 บิต ก็ได้โดยแสดงผลด้วย lookup table
3. มากกว่า 3 channel สามารถรวม (merged) หรือยกช่อง channel ก็ได้
วันพฤหัสบดีที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557
Stacks, Virtual Stacks and Hyperstacks
ImageJ สามารถแสดงภาพหลายภาพในหน้าต่างเดียวกันได้ ด้วยการรวมกลุ่มภาพซ้อน ๆ กัน เอาไว้ โดยกลุ่มภาพที่ได้รวมกันนี้จะเรียกว่า Stack ภาพที่นำมาสร้าง Stack นั้นจะเรียกว่า Slice หลาย ๆ Slice รวมกันก็จะเป็น Stack นั้นเอง กลุ่ม Pixel ที่รวมกันในแบบ Stack นั้นจะเรียกว่า voxel (volumetric pixel) โดยจะรวมค่า ความสว่าง และค่าอื่น ๆ เอาไว้ด้วย
ทุก Slice ที่จะนำมาสร้าง Stack นั้นจะต้องมีขนาดที่เท่ากัน ค่า bit depth ที่เท่ากันด้วย ส่วนของ Scrollbar ที่อยู่ด้านล่างของหน้าต่าง Stack นั้นสามารถใช้เลื่อนแสดงภาพแทนปุ่ม Start ได้ หากต้องการตั้งค่าการเล่นภาพแบบเคลื่อนไหว สามารถคลิกขวาที่ปุ่ม Play หรือ Pause ได้
การกำหนดตัวกรองภาพก่อนการเปิดภาพขึ้นมาแบบ Stack มีหลายรูปแบบด้วยกัน และหากต้องการเปิดภาพแบบที่มีคุณภาพของภาพแบบไม่บีบอัดสามารถเปิดภาพได้จากเมนู File->Import->Raw แต่หากมี Folder รูปภาพและต้องการเปิดภาพจาก Folder นั้นก็สามารถทได้ด้วยการเลือกภาพแบบเรียงลำดับตามจำนวนภาพใน Folder หรือ กำหนดเองได้ โดยใช้เมนู File->Import->Raw ก็ได้ นอกจากการนำเข้าภาพมาเป็น Stack แล้วยังสามรถเพิ่มและลดภาพได้ในภายหลังจากที่ได้เพิ่มเข้ามาในตอนแรกได้ด้วย
นี้นับว่าเป็นส่วนหนึ่งของการกำหนดให้โปรแกรมสามารถแสดงผล เพื่อให้เราสามารถวิวดูตัวอย่างภาพก่อนจะประมวลผลในขั้นตอนอื่น ๆ ต่อไปอีกได้
Virtual Stacks
เป็นส่วนที่อยู่บนดิส ทำหน้าที่ตรงข้ามกับการทำงานของ Ram และ Virtual Stack เป็นเพียงทางเดียวที่จะโหลดภาพ แบบเป็นลำดับที่ไม่สามารถจัดเก็บลง Ram ได้ การใช้งาน Virtual Stack นั้นมีข้อกำหนดที่ควรจดจำเมื่อจำเป็นต้องใช้งาน ดังนี้
- Virtual Stack สามารถอ่านได้เพียงอย่างเดียว เพราะฉะนั้นการเปลี่ยนแปลงส่วนใดของ Slice จะไม่สามารถจัดเก็บได้ เมื่อเปลี่ยน Slice ในการทำงาน แต่สามารถใช้ Macro ช่วนในการทำงานได้ โดยไปที่เมนู Process->Batch->Virtual Stack...
- หากใช้คำสั่ง Image->Crop โปรแกรมอาจจะเกิด Out of Memory ได้ เพราะ Stack จะถูกสร้างขึ้นเรื่อย ๆ แต่ Virtual ไม่ได้ถุกสร้างตาม มีเพียงเท่าเดิม
Stack เมื่อต้องทำงานร่วมกับ Hyperstacks สามารถเรียกใช้ผ่านเมนู File->Open Sample->Mitosis ... จำนวนมิติของ Hyperstacks สามารถลดลงได้ด้วยคำสั่ง Image->Hyperstacks->Reduce Dimensionality หรือ Image . Stacks . Z Project. . . หรือ Image .Hyperstacks . Channels Tool... ตัวอักษร (V) ที่อยู่ในหน้าต่าง จะหมายถึง Virtual image (Virtual Stack)
- ไฟล์รูปแบบ TIFF จะสามารถทำงานได้เร็วกว่า ไฟล์รูปแบบ JPEG แต่ก็สามารถแปลงจาก JPEG เป็น TIFF ได้ด้วยการ File->Save as ->Image Sequence ...
Hyperstacks
เป้นการเก็บข้อมูลภาพในหลายมิติ เป็นส่วนเพิ่มเติมจากการทำงานแบบ Stack จะมีจำนวนมิติเป็น 4D หรืแ 5D เช่น ความกว้าง (x) ความยาว (y) จำนวนแบรน (c) และค่า time frame (f) หน้าต่างของ Hyperstack จะเป็นหน้าต่างคล้ายกับ Virtual Stack เข่น Scrollbar ส่วนค่า f นั้นจะเป็นปุ่มที่อยู่กับการเล่นและหยุดของ Hyperstacks
ทุก Slice ที่จะนำมาสร้าง Stack นั้นจะต้องมีขนาดที่เท่ากัน ค่า bit depth ที่เท่ากันด้วย ส่วนของ Scrollbar ที่อยู่ด้านล่างของหน้าต่าง Stack นั้นสามารถใช้เลื่อนแสดงภาพแทนปุ่ม Start ได้ หากต้องการตั้งค่าการเล่นภาพแบบเคลื่อนไหว สามารถคลิกขวาที่ปุ่ม Play หรือ Pause ได้
การกำหนดตัวกรองภาพก่อนการเปิดภาพขึ้นมาแบบ Stack มีหลายรูปแบบด้วยกัน และหากต้องการเปิดภาพแบบที่มีคุณภาพของภาพแบบไม่บีบอัดสามารถเปิดภาพได้จากเมนู File->Import->Raw แต่หากมี Folder รูปภาพและต้องการเปิดภาพจาก Folder นั้นก็สามารถทได้ด้วยการเลือกภาพแบบเรียงลำดับตามจำนวนภาพใน Folder หรือ กำหนดเองได้ โดยใช้เมนู File->Import->Raw ก็ได้ นอกจากการนำเข้าภาพมาเป็น Stack แล้วยังสามรถเพิ่มและลดภาพได้ในภายหลังจากที่ได้เพิ่มเข้ามาในตอนแรกได้ด้วย
นี้นับว่าเป็นส่วนหนึ่งของการกำหนดให้โปรแกรมสามารถแสดงผล เพื่อให้เราสามารถวิวดูตัวอย่างภาพก่อนจะประมวลผลในขั้นตอนอื่น ๆ ต่อไปอีกได้
![]() |
| ขั้นตอนการเพิ่มไฟล์ เพื่อนำมาสร้างเป็น Stack สำหรับการประมวลผลภาพหมู่ |
![]() |
| หน้าต่างนี้สำหรับกำหนดจำนวนภาพใน folder เพื่อกำหนดจำนวนภาพใน folder เพื่อเข้ามาสร้างเป็นภาพหมู่ โดยมีตัวเลือกให้ลองเลือกใช้งานอีกหลายตัวเลือก |
![]() |
| เมือกดปุ่ม OK จากภาพด้านบน โปรแกรมก็จะสร้าง Stack ให้แต่ออาจจะมองเห็นแค่ภาพเดียว สามารถกดปุ่ม Play หรือ Scrollbar สำหรับเลื่อนดูภาพต่อไปได้ |
![]() |
| นี้เป็นตัวอย่างการจัดเรียงภาพแบบให้ทุก Slice แสดงผลอยู่ในหน้าต่างเดียวกัน |
![]() |
| ตัวอย่างการแสดงภาพแบบ Montage.... |
![]() |
| ยังสามารถแสดงกราฟดูค่า mean ค่า Max ค่า Min ได้ด้วย มีทั้งกราฟและตัวเลข |
![]() |
| ตัวอย่างนี้เป้นตัวอย่างการรวมทุกภาพใน Stack มาเป็นภาพเดียวกัน ด้วยความสามารถก็จะได้ที่รวมทุกภาพเข้าไว้ด้วยกันออกมาตามตัวอย่างนี้เลยครับ |
Virtual Stacks
เป็นส่วนที่อยู่บนดิส ทำหน้าที่ตรงข้ามกับการทำงานของ Ram และ Virtual Stack เป็นเพียงทางเดียวที่จะโหลดภาพ แบบเป็นลำดับที่ไม่สามารถจัดเก็บลง Ram ได้ การใช้งาน Virtual Stack นั้นมีข้อกำหนดที่ควรจดจำเมื่อจำเป็นต้องใช้งาน ดังนี้
- Virtual Stack สามารถอ่านได้เพียงอย่างเดียว เพราะฉะนั้นการเปลี่ยนแปลงส่วนใดของ Slice จะไม่สามารถจัดเก็บได้ เมื่อเปลี่ยน Slice ในการทำงาน แต่สามารถใช้ Macro ช่วนในการทำงานได้ โดยไปที่เมนู Process->Batch->Virtual Stack...
- หากใช้คำสั่ง Image->Crop โปรแกรมอาจจะเกิด Out of Memory ได้ เพราะ Stack จะถูกสร้างขึ้นเรื่อย ๆ แต่ Virtual ไม่ได้ถุกสร้างตาม มีเพียงเท่าเดิม
Stack เมื่อต้องทำงานร่วมกับ Hyperstacks สามารถเรียกใช้ผ่านเมนู File->Open Sample->Mitosis ... จำนวนมิติของ Hyperstacks สามารถลดลงได้ด้วยคำสั่ง Image->Hyperstacks->Reduce Dimensionality หรือ Image . Stacks . Z Project. . . หรือ Image .Hyperstacks . Channels Tool... ตัวอักษร (V) ที่อยู่ในหน้าต่าง จะหมายถึง Virtual image (Virtual Stack)
- ไฟล์รูปแบบ TIFF จะสามารถทำงานได้เร็วกว่า ไฟล์รูปแบบ JPEG แต่ก็สามารถแปลงจาก JPEG เป็น TIFF ได้ด้วยการ File->Save as ->Image Sequence ...
Hyperstacks
เป้นการเก็บข้อมูลภาพในหลายมิติ เป็นส่วนเพิ่มเติมจากการทำงานแบบ Stack จะมีจำนวนมิติเป็น 4D หรืแ 5D เช่น ความกว้าง (x) ความยาว (y) จำนวนแบรน (c) และค่า time frame (f) หน้าต่างของ Hyperstack จะเป็นหน้าต่างคล้ายกับ Virtual Stack เข่น Scrollbar ส่วนค่า f นั้นจะเป็นปุ่มที่อยู่กับการเล่นและหยุดของ Hyperstacks
![]() |
| ส่วนของการทำงานของ Hyperstacks |
วันอาทิตย์ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2557
ความแตกต่างระหว่าง Definition, Theorem, Lemma, Corollary, Proposition, Conjecture, Claim, Axiom/Postulate, Identity, Paradox
หลากหลายคำนิยามทางคณิตศาสตร์บางครั้งก็เกิดความสงสัยระหว่างคำพวกนี้ ว่าใช้แตกต่างกันอย่างไร และแต่ละคำมีระดับความสำคัญอย่างไร และลองหาคำตอบ ได้คำตอบมาถูกผิดอย่างไรก็ ขอ อภัยด้วยครับ
Definition - เป็นการอธิบายความจริง หรือ เท็จของ ของคำนิยามทางคณิตศาสตร์ โดยจะอธิบายคุณสมบัติทั้งหมดของคำนั้นที่เป็นจริง
Theorem - เป็นประโยคทางคณิตสาสตร์ที่อธิบายด้วยการให้เหตุผลที่เข้มงวด ในบทความทางคณิตศาสตร์ Theorem จะสงวนเอาไว้อธิบายคำตอบที่มีความสำคัญ
Lemma - เป็นคำตอบที่มีความสำคัญรองลงมาเพื่อใช้ในการช่วยพิสูจน์ Theorem บางครั้งอาจจะใช้ Lemma ในการพิสูจน์หรืออธิบาย Lemma ได้เหมือนกัน
Corollary - เป็นผลลัพธ์ที่พิสูจน์อย่างเข้มงวดโดยใช้ Theorem
Proposition - เป็นการพิสุจน์ที่ได้คำตอบน่าสนใจ แต่ทั่วไปแล้วจะให้ความสำคัญน้อยกว่า Theorem
Conjecture - เป็นประโยคสมการที่ไม่สามารถพิสูจน์ได้ แต่เชื่อว่าเป็นจริง
Claim - การได้คำตอบหลังจากมีการพิสูจน์แล้วบางคร้งใช้เหมือน Lemma ที่ไม่ค่อยเป็นทางการ
Axiom/Postulate - เป็นการอ้างสมมติฐานที่เชื่อว่าเป็นจริง โดยไม่มีการพิสูจน์ เป็นการสร้างฐานความจริงที่พิสูจน์ได้จาก Theorem
Identity - เป็นคณิตศาสตร์ที่อธิบายความเท่ากันของตัวแปร
Paradox - สามารถใช้แสดงความจริง หรือ เท็จทั้งคู่ของ Axiom และ Definition และสามารถใช้อธิบายความขัดแข้งของช่องโหว่ Theorem ได้
จะเห็นว่าระดับการอธิบาย คำศัพท์ทางคณิตศาสตร์ นั้นมีความสำคัญที่ความแตกต่างกัน ต่อไป ก็คงเลือกใช้ได้ถูกและใกล้เคียงกับระดับความสำคัญของคำศัพท์ได้ แล้ว
ขอบคุณ
http://divisbyzero.files.wordpress.com/2008/09/thcorlem.pdf
Definition - เป็นการอธิบายความจริง หรือ เท็จของ ของคำนิยามทางคณิตศาสตร์ โดยจะอธิบายคุณสมบัติทั้งหมดของคำนั้นที่เป็นจริง
Theorem - เป็นประโยคทางคณิตสาสตร์ที่อธิบายด้วยการให้เหตุผลที่เข้มงวด ในบทความทางคณิตศาสตร์ Theorem จะสงวนเอาไว้อธิบายคำตอบที่มีความสำคัญ
Lemma - เป็นคำตอบที่มีความสำคัญรองลงมาเพื่อใช้ในการช่วยพิสูจน์ Theorem บางครั้งอาจจะใช้ Lemma ในการพิสูจน์หรืออธิบาย Lemma ได้เหมือนกัน
Corollary - เป็นผลลัพธ์ที่พิสูจน์อย่างเข้มงวดโดยใช้ Theorem
Proposition - เป็นการพิสุจน์ที่ได้คำตอบน่าสนใจ แต่ทั่วไปแล้วจะให้ความสำคัญน้อยกว่า Theorem
Conjecture - เป็นประโยคสมการที่ไม่สามารถพิสูจน์ได้ แต่เชื่อว่าเป็นจริง
Claim - การได้คำตอบหลังจากมีการพิสูจน์แล้วบางคร้งใช้เหมือน Lemma ที่ไม่ค่อยเป็นทางการ
Axiom/Postulate - เป็นการอ้างสมมติฐานที่เชื่อว่าเป็นจริง โดยไม่มีการพิสูจน์ เป็นการสร้างฐานความจริงที่พิสูจน์ได้จาก Theorem
Identity - เป็นคณิตศาสตร์ที่อธิบายความเท่ากันของตัวแปร
Paradox - สามารถใช้แสดงความจริง หรือ เท็จทั้งคู่ของ Axiom และ Definition และสามารถใช้อธิบายความขัดแข้งของช่องโหว่ Theorem ได้
จะเห็นว่าระดับการอธิบาย คำศัพท์ทางคณิตศาสตร์ นั้นมีความสำคัญที่ความแตกต่างกัน ต่อไป ก็คงเลือกใช้ได้ถูกและใกล้เคียงกับระดับความสำคัญของคำศัพท์ได้ แล้ว
ขอบคุณ
http://divisbyzero.files.wordpress.com/2008/09/thcorlem.pdf
วันจันทร์ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2556
แปลง nrg เป็น iso เมื่อต้องการใช้ image file กับ virtual drive
การแปลงไฟล์อิมเมจ nrg เป็น iso
มันเป็นความลำบากอย่างหนึ่งที่ CD-rom พังจำเป็นต้องเก็บเอกสารหลายอย่างเป็นประเภท image drive แต่เจ้าอิมเมจที่ว่านี้ก็มีหลายรูปแบบเหลือเกิน ทำให้โปรแกรมที่เสมือนตัวเองเป็น image drive นั้นก็ยุ่งยากในการเปิด ดังนั้นการที่เราสามารถแปลง image แบบ nrg เป็น image แบบ iso ได้ก็คงสะดวกขึ้นมาอีกเยอะเนื่องจาก iso ก็ถือว่าเป็นรูปแบบที่อิมเมจไฟล์ที่ถือว่าเป็นสากล
NRG to ISO
โปรแกรมตัวนี้เป็นฟรีโปรแกรมประเภท utility เป็นการออกแบบเฉพาะสำหรับการแปลงไฟล์อิมเมจแบบ NRG เป็นไฟล์อิมเมจแบบ ISO โดยเฉพาะ โดยโปรแกรมมีความสามารถในการแปลง nrg เป็น iso 9660 แบบอัตโนมัติ
อิมเมจไฟล์แบบ NRG เป็นรูปแบบของไฟล์อิมเมจของโปรแกรม Nero ในบางครั้งเราไม่มี Nero virtual drive แต่จำเป็นต้องเปิดไฟล์แบบ nrg ดังนั้นโปรแกรมนี้สามารถช่วยคุณได้แน่นอน
ISO เป็นรูปแบบมาตรฐานของไฟล์แบบอิมเมจ โปรแกรมไรด์แผ่นโดยทั่วไปแล้วสามารถไรด์แผ่นจากไฟล์ประเภท iso ได้ ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว ไฟล์ iso ที่ใช้กันส่วนใหญ่ก็จะเป็น iso9660
ข้อดีของโปรแกรม
มันเป็นความลำบากอย่างหนึ่งที่ CD-rom พังจำเป็นต้องเก็บเอกสารหลายอย่างเป็นประเภท image drive แต่เจ้าอิมเมจที่ว่านี้ก็มีหลายรูปแบบเหลือเกิน ทำให้โปรแกรมที่เสมือนตัวเองเป็น image drive นั้นก็ยุ่งยากในการเปิด ดังนั้นการที่เราสามารถแปลง image แบบ nrg เป็น image แบบ iso ได้ก็คงสะดวกขึ้นมาอีกเยอะเนื่องจาก iso ก็ถือว่าเป็นรูปแบบที่อิมเมจไฟล์ที่ถือว่าเป็นสากล
NRG to ISO
โปรแกรมตัวนี้เป็นฟรีโปรแกรมประเภท utility เป็นการออกแบบเฉพาะสำหรับการแปลงไฟล์อิมเมจแบบ NRG เป็นไฟล์อิมเมจแบบ ISO โดยเฉพาะ โดยโปรแกรมมีความสามารถในการแปลง nrg เป็น iso 9660 แบบอัตโนมัติ
อิมเมจไฟล์แบบ NRG เป็นรูปแบบของไฟล์อิมเมจของโปรแกรม Nero ในบางครั้งเราไม่มี Nero virtual drive แต่จำเป็นต้องเปิดไฟล์แบบ nrg ดังนั้นโปรแกรมนี้สามารถช่วยคุณได้แน่นอน
ISO เป็นรูปแบบมาตรฐานของไฟล์แบบอิมเมจ โปรแกรมไรด์แผ่นโดยทั่วไปแล้วสามารถไรด์แผ่นจากไฟล์ประเภท iso ได้ ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว ไฟล์ iso ที่ใช้กันส่วนใหญ่ก็จะเป็น iso9660
ข้อดีของโปรแกรม
- เป็นโปรแกรมฟรี
- ใช้งานแบบ portable นำไปไหนได้ง่าย
- ตรวจสอบไฟล์ nrg แบบอัตโนมัติ
- มีรูปแบบการใช้งานที่ง่าย
ขอบคุณโปรแกรมดี ๆ จาก
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)









